ภัยในห้องน้ำที่เป็นโทษต่อบ้านรวมทั้งสุขภาพ

ภัยในห้องน้ำที่เป็นโทษต่อบ้านรวมทั้งสุขภาพ ห้องสุขาของคุณอาจเป็นจุดพัก โดยยิ่งไปกว่านั้นเมื่อคุณนึกถึงการแช่ตัวในอ่างน้ำ

แต่ว่าด้วยความชุ่มชื้นในส้วม รวมทั้งระบบต่างๆคุณอาจคาดไม่ถึงว่าอันที่จริงแล้ว ห้องน้ำ เต็มไปด้วยอันตราย แล้วก็นี่เป็น 5 เรื่องที่คุณควรรอบคอบ

 

ภัยในห้องน้ำที่เป็นโทษต่อบ้านรวมทั้งสุขภาพ

  • เชื้อรา ด้วยความชุ่มชื้นที่มีอยู่อย่างสม่ำเสมอในห้องสุขา โดยเหตุนี้ห้องสุขาก็เลยเป็นสถานที่สำคัญสำหรับเชื้อรา

ซึ่งคุณพบได้บ่อยเชื้อราในยาแนวระหว่างกระเบื้อง หรือตามแนวอุดรูรั่ว นอกนั้นเชื้อรายังสามารถแตกหน่อออกมาบนฝาผนังแล้วก็เพดาน ใต้พื้น หรือด้านในท่อได้ด้วย แนวทางที่จะคุ้มครองป้องกันการสั่งสมของเชื้อราเป็นการถ่ายเทอากาศ หรือลดความชุ่มชื้นด้วยพัดลมและก็หน้าต่างที่เปิดอยู่

 

  • สบู่ก้อน การปล่อยทิ้งไม่ชำระล้างอ่างอาบน้ำนั้นไม่เพียงแต่ทำให้อ่างอาบน้ำไม่น่ามองแค่นั้น แม้กระนั้นการสั่งสมของคราบเปื้อนสบู่จะก่อให้ได้รับอันตรายลื่นล้มได้

เพราะฉะนั้นส้วมก็เลยเป็นสถานที่ชั้นแนวหน้าสำหรับผู้สูงวัย โดยเหตุนี้เว้นแต่รักษาความสะอาดอ่างหรือพื้นของห้องน้ำแล้ว ให้พิเคราะห์เพิ่มแถบกันลื่นที่พื้นหรือจัดตั้งราวจับเพื่อลดการเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บ

 

  • ปลวก ถ้าเกิดคุณมีเด็กที่อาจก่อให้น้ำกระเด็นไปอยู่ใต้พื้นอ่าง เมื่อของเหลวนั้นเข้าใต้พื้นรวมทั้งส่วนประกอบบ้าน

โดยยิ่งไปกว่านั้นรอบๆด้านล่างจะมีผลให้พื้นที่นั้นเปลี่ยนเป็นของกินสำหรับปลวก เพื่อคุ้มครองป้องกันการเข้ามาทำลายของปลวกพวกเราควรจะตรวจอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งปิดรอยแตกบนพื้นเพื่อให้น้ำอยู่บนพื้นได้โดยปลอดภัย

 

  • น้ำหอมปรับอากาศ  พวกเรารู้ดีว่าในห้องสุขานั้นมักมีกลิ่นไม่พึงปรารถนาอยู่ แม้กระนั้นการปิดบังกลิ่นด้วยน้ำหอมปรับอากาศบางทีอาจก่อให้เกิดผลเสียมากยิ่งกว่าผลในด้านที่ดี

สเปรย์บางจำพวกมีสาร VOC และก็สารเคมีที่นำมาซึ่งการก่อให้เกิดโรคมะเร็ง ดังเช่นโรคมะเร็งแล้วก็ฟอร์มาลดีไฮด์ ด้วยเหตุดังกล่าวถ้าหากสุขามีกลิ่นให้ใช้แนวทางเปิดหน้าต่าง หรือเปิดพัดลมที่มีไว้สำหรับระบายอากาศ

 

  • พื้นไวนิล  แน่ๆว่าเป็นการอัพเกรดประเด็นการใช้สิ่งของ แม้กระนั้นพื้นไวนิลบางประเภทมีสารพาทาเลต ซึ่งเป็นสารประกอบที่ระเหยได้

ซึ่งมักใช้เพื่อทำให้พลาสติกมีความยืดหยุ่นแล้วก็คงทนเยอะขึ้นเรื่อยๆ สารเคมีกลุ่มนี้ปลดปล่อยออกสู่อากาศแล้วก็ฝุ่นละอองในครอบครัว โดยเฉพาะในพื้นที่ปิด อาจทำให้เป็นโรคโรคหอบหืด รวมทั้งเป็นโรคภูมิแพ้ในเด็ก

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   เครื่องช่วยฟังฟรี

Solar cells บนหลังคาบ้านพักอาศัย คุ้มหรือไม่?

Solar cells บนหลังคาบ้านพักอาศัย คุ้มหรือไม่?

ในยุคที่ค่าไฟเพิ่มสูงขึ้นทุกปี หลายครัวเรือนเริ่มมองหาทางเลือกที่ช่วยประหยัดพลังงานและลดค่าใช้จ่ายระยะยาว หนึ่งในตัวเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมากคือ *การติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านพักอาศัย*

ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแสงอาทิตย์ให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้าเพื่อใช้ภายในบ้าน แต่คำถามสำคัญคือ ติดโซลาร์เซลล์แล้วคุ้มหรือไม่?

Solar cells บนหลังคาบ้านพักอาศัย คำตอบขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งค่าใช้จ่ายเริ่มต้น การใช้งานจริงของบ้าน และสภาพแสงในพื้นที่

 

อย่างแรกต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ระบบโซลาร์เซลล์สำหรับบ้านพักสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักคือ ระบบออนกริด  และระบบไฮบริด  ระบบออนกริดเป็นแบบที่ต่อเข้ากับการไฟฟ้า สามารถลดค่าไฟในตอนกลางวันได้อย่างชัดเจน

ส่วนระบบไฮบริดมีแบตเตอรี่สำรอง ทำให้เก็บไฟไว้ใช้ตอนกลางคืนได้ แต่ราคาสูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นการเลือกประเภทระบบจึงมีผลโดยตรงต่อความคุ้มค่า

 

หากพิจารณาค่าใช้จ่ายเริ่มต้น การติดโซลาร์เซลล์ขนาด 3–5 kW สำหรับบ้านทั่วไปมีงบประมาณประมาณ 70,000–150,000 บาทขึ้นอยู่กับคุณภาพอุปกรณ์และผู้ติดตั้ง

แม้จะดูเป็นเงินก้อนใหญ่ แต่ในระยะยาวสามารถช่วยลดค่าไฟได้ประมาณ 30–60% ต่อเดือน โดยเฉพาะบ้านที่ใช้ไฟช่วงกลางวันเยอะ เช่น บ้านที่มีคนอยู่ประจำ บ้านทำงานแบบโฮมออฟฟิศ หรือบ้านที่ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าหนักอย่างแอร์หลายตัว จะเห็นผลลดค่าไฟได้ชัดเจน

 

ในด้านความคุ้มค่า หากคิดแบบง่าย ๆ โซลาร์เซลล์สามารถคืนทุนได้ภายใน 4–7 ปี ขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้ไฟและขนาดระบบ

หากเป็นพื้นที่ที่มีแสงแดดดีตลอดปีอย่างประเทศไทย ก็ยิ่งช่วยให้ระบบทำงานเต็มประสิทธิภาพ และช่วยเร่งเวลาคืนทุนให้เร็วขึ้น นอกจากนี้อายุการใช้งานของแผงโซลาร์ประมาณ 25 ปีขึ้นไป ส่วนอินเวอร์เตอร์มีอายุราว 8–12 ปี ดังนั้นแม้ต้องมีค่าซ่อมบำรุงบ้าง แต่ในภาพรวมยังถือว่าคุ้มค่าในระยะยาว

 

อย่างไรก็ตาม การติดโซลาร์เซลล์ไม่ได้มีแค่ข้อดี ยังมีข้อควรพิจารณา เช่น ความเหมาะสมของโครงสร้างหลังคา บางบ้านหลังคารับน้ำหนักแผงไม่ไหว หรือมีองศาหลังคาที่ไม่เหมาะกับการรับแดด ต้องมีการตรวจสอบ

โดยผู้เชี่ยวชาญก่อนติดตั้ง นอกจากนี้หากบ้านมีต้นไม้ใหญ่บดบังแสง

ก็อาจทำให้ประสิทธิภาพลดลง อีกทั้งระบบออนกริดไม่สามารถสำรองไฟในตอนดับไฟได้ ต้องเพิ่มแบตเตอรี่ถ้าต้องการไฟฟ้าสำรอง ซึ่งจะเพิ่มค่าใช้จ่ายอีกหลายหมื่นบาท

 

แต่ในภาพรวมแล้ว หากเป็นบ้านที่ใช้ไฟฟ้ามาก มีแดดดี และต้องการลดค่าใช้จ่ายระยะยาว โซลาร์เซลล์คือการลงทุนที่ “คุ้มค่า” ในระยะยาว

เพราะนอกจากช่วยลดค่าไฟ ยังเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินของบ้าน และเป็นการใช้พลังงานสะอาดที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

 

ดังนั้นก่อนตัดสินใจติดตั้ง ควรประเมินลักษณะการใช้ไฟของบ้าน ตรวจสภาพหลังคา เลือกผู้ติดตั้งที่ได้มาตรฐาน และเลือกอุปกรณ์คุณภาพดี เพื่อให้โซลาร์เซลล์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และอยู่กับบ้านไปได้หลายสิบปีอย่างแท้จริง.

 

สนับสนุนโดย    เครื่องช่วยฟังฟรี